กลีบของวอลซ์กุหลาบ
ในท่วงทำนองสม่ำเสมอ
หล่นพรำและแตกกระเจิง;
ทั้งห้องกลายเป็นกุหลาบ
ในละอองของกลีบเพลิง
ในท่วงทำนองสม่ำเสมอ
หล่นพรำและแตกกระเจิง;
ทั้งห้องกลายเป็นกุหลาบ
ในละอองของกลีบเพลิง
ทุกคนวนกลับมา
ขยับตามจังหวะเป็นวงกลม
กุหลาบแห่งแสงไฟและเสียงเริงรมย์
กุหลาบหมุนกลับมา
สู่จังหวะเต้นรำเป็นวงกลม
ขยับตามจังหวะเป็นวงกลม
กุหลาบแห่งแสงไฟและเสียงเริงรมย์
กุหลาบหมุนกลับมา
สู่จังหวะเต้นรำเป็นวงกลม
ลำพังนางระบำ
ยลร่างสง่าเคลื่อนไหว
สะท้อนดำมืดในกระจก;
เธอมองตัวเองร่ายรำ
ต่อหน้าเงาร่างกำกวมในกระจก
ยลร่างสง่าเคลื่อนไหว
สะท้อนดำมืดในกระจก;
เธอมองตัวเองร่ายรำ
ต่อหน้าเงาร่างกำกวมในกระจก
กระจกฉายภาพเงาเต้น
เธอเองเต้นรำอยู่ในฝัน
ทั้งเธอและเหล่านักเต้น
ล้วนเต้นรำในเงาฝัน
เธอเองเต้นรำอยู่ในฝัน
ทั้งเธอและเหล่านักเต้น
ล้วนเต้นรำในเงาฝัน
แสงขยับวูบวาบ
ต้องเปลวใส่อาภรณ์เพลิง
นักเต้นเงาพากันขยับ
ในดอกเปลวสีเพลิง
ต้องเปลวใส่อาภรณ์เพลิง
นักเต้นเงาพากันขยับ
ในดอกเปลวสีเพลิง
พลันผุดรอยยิ้ม
ลึกลับในค่ำคืนปริศนา
จากเธอผู้ไม่เต้นให้ใครอื่น
เพียงเงาหนึ่งยิ้มตอบ
อีกเงาโดดเดี่ยวในค่ำคืน
ลึกลับในค่ำคืนปริศนา
จากเธอผู้ไม่เต้นให้ใครอื่น
เพียงเงาหนึ่งยิ้มตอบ
อีกเงาโดดเดี่ยวในค่ำคืน
——————————
ดัดแปลงจาก La Mélinite: Moulin Rouge ของ Arthur Symons
โดย ธีรัช หวังวิศาล
โดย ธีรัช หวังวิศาล
Arthur Symons เป็นกวีชาวอังกฤษผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงสิ้นศตวรรษที่สิบเก้า ใกล้เคียง-ไล่เลี่ยมากับกวีสัญชาติอเมริกันอย่าง Stuart Merrill โดยทั้งสองต่างบุกเบิกนำอิทธิพลของบทกวี ความคิด สุนทรียะ และวรรณกรรมฝรั่งเศสกลุ่ม Symbolist และ Decadent เข้ามาสู่ประเทศตน: Merrill ผ่านทางวรรณมาลัย (anthology) รวมงานบทกวีร้อยแก้ว (prose poem) แปลจากฝรั่งเศส ชื่อว่า Pastels in Prose (1890); Symons ผ่านหนังสือความเรียงเล่มสำคัญอย่าง The Symbolist Movement in Literature (1899) นอกจากนี้ทั้งคู่ยังแต่งบทกวีที่น่าสนใจเอาไว้จำนวนหนึ่ง
(ภาพประกอบจากภาพเขียนของ Surrealist อย่าง Paul Delvaux ก็จริง; แต่หากผู้อ่านอ่านแล้วหวนนึกถึง Hérodiade ของ Mallarmé อาจลองจินตนาการว่ามี The Sphinx ของ Franz von Stuck เป็นภาพประกอบก็ได้ . . .)

No comments:
Post a Comment